2007/Mar/08

>ไอทีวีก่อตั้งขึ้นหลังเหตุการณ
์พฤษภาทมิฬปี 2535
>เพื่อแก้ปัญหาสถานีโทรทัศน์นำเสนอข่าวบิดเบือน
>ซึ่งเห็นได้ชัดในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ
>เงื่อนไขในการให้สัมปทานจึงค่อนข้างเข้มงวด
>กำหนดสัดส่วนรายการให้เป็นข่าวร้อยละ 70 อีกร้อยละ 30 จึงเป็นรายการบันเทิง
>เน้นว่ารายการบันเทิงจะต้องเป็นแนวสารคดี รายการเด็ก
>ปกิณกะที่ให้สาระและความบันเทิง
>สถานีโทรทัศน์ไอทีวีจึงเกิดขึ้นในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี
>ได้นำคลื่นความถี่โทรทัศน์ในระบบยูเอชเอฟ มาให้เอกชนลงทุนตาม
>พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535
>ในการประมูลครั้งนั้น กลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์และเครือเนชั่นชนะการประมูล
>โดยได้ยื่นข้อเสนอจ่ายค่าสัมปทานให้รัฐ 25,200 ล้านบาท ภายในอายุสัญญมปทาน 30
>ปี ซึ่งได้มีการลงนามในสัญญากับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.)
>เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2538 โดยมีนายอภิลาศ โอสถานนท์
>ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ลงนามสัญญากับนายเกษม จาติกวณิช ประธานกรรมการ
>และนายโอฬาร ไชยประวัติ รองประธานกรรมการบริษัท สยาม อินโฟเทนเม้นท์ จำกัด
>เริ่มออกอากาศวันที่ 1 ก.ค.2539
>30 ปี เสนอจ่ายให้รัฐ 25,200 ล้านบาท...สุดยอดของธุรกิจทีวี....
>กับยอดสัมปทานที่สูงขนาดนั้น
>จะเอาความเสรีมาจากไหน..ในเมื่อต้องทำเงินให้รัฐเป็นล่ำเป็นสัน...แววเจ๊งมันเห็นอยู่ตรงหน้าแล้ว
>------------------------
>ปี 2540 วิกฤติเศรษฐกิจ
>===================
>ในขณะที่ไอทีวีถือกำเนิดในปี 2539 แทบจะไม่รู้ตัวเลยว่า
>เศรษฐกิจไทยกำลังหัวทิ่มอย่างไร...ไม่ได้รู้เลยว่าหายนะมันกำลังจะเริ่มตั้งเค้า...ตามสัญญาสัมปทาน
>2 ปีแรกตามสัญญายังไม่ต้องจ่ายค่าสัมปทานให้ไปลงทุนก่อน... ไปเริ่มจ่ายปีที่
>3(2542) จำนวน 300 ล้านบาท...ปีที่ 4 ก็ 400 ล้านบาท ปีที่5 ก็ 500 ล้านบาท
>เพิ่มไปเรื่อยๆจนปีที่ 9 ก้อ 900 ล้านบาท...ปีที่ 10 -30 ปีละ 1000
>ล้านบาท....
>ผลการดำเนินงานของไอทีวี เปิดปั๊บก็ ขาดทุนตั้งแต่ปี 2540
>เพราะเศรษฐกิจตกต่ำทำให้ได้รับผลกระทบในการขายโฆษณา
>ระหว่างนี้ไอทีวียังมีอุปสรรคในการจัดตั้งสถานีเครือข่ายทั่วประเทศที่ต้องตั้ง
>36 สถานี ภายใน 2 ปี หลังทำสัญญา
>เพราะไอทีวีเช่าใช้พื้นที่ของกรมประชาสัมพันธ์ได้ล่าช้าทำให้ต้องสั่งซื้อทรัพย์สินส่วนใหญ่
>ทำให้ขาดทุนจากการเปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
>จึงขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนถึง 409 ล้าน....
>ไทยพาณิชย์เริ่มอยู่ไม่ติดเพราะเป็นนายทุนใหญ่..NPL ของธนาคารก็พอก
>สถาบันการเงินวิกฤติขนาดหนัก ------------------------------------------
>ปี2541
>บริษัท สยาม อินโฟเทนเมนท์ จำกัด ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนจำกัด
>และได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) เมื่อ 20 ต.ค.
>2541เพื่อเตรียมแต่ง
>เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์...ตามสัญญาซึ่งกำหนดให้จดทะเบียนภายใน 6 ปี
>หลังจากดำเนินการ...
>แต่มันเป็นช่วงวิกฤติ
>ผลประกอบการก็ไม่ได้ดีขึ้น..จนถึงเวลาต้องจ่ายค่าสัมปทานในปีที่
>3(2541)...จำนวน 300 ล้าน .ขาดทุนมาตลอด
>จะเอาที่ไหนจ่ายก็ขอผ่อนผันกับรัฐบาลในสมัยนั้น คือรัฐบาลชวน หลีกภัย
>โดยมีคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ เป็น รมต. สำนักนายกฯ กำกับดูแล
>สปน....โดยทำหนังสือขอขยายเวลาชำระค่าตอบแทนแก่รัฐตั้งเริ่มเลย...ตามเอกสารตั้งแต่ปี
>2540
>หนังสือขอขยายระยะเวลาการชำระค่าตอบแทน ITV078/2540
>ขอขยายระยะเวลาการชำระค่าตอบแทนตามสัญญาเข้าร่วมงาน ITV183/2540
>ขอยืนยันขยายระยะเวลาการชำระค่าตอบแทนตามสัญญาเข้าร่วมงาน ITV053/2541
>ขอยืนยันขยายระยะเวลาการชำระค่าตอบแทนตามสัญญาเข้าร่วมงานครั้งที่ 2
>ITV068/2541
>การขอขยายระยะเวลาชำระค่าตอนแทน ITV094/41
>อีกหลายฉบับ...เพื่อขอไปทาง สปน. ซึ่งก็ผ่อนผันให้ ตามที่ขอ
>=================
>มติ ครม. รัฐบาลชวน
>เรื่อง บริษัท สยาม อินโฟเทนเมนท์ จำกัด
>ขอขยายระยะเวลาชำระค่าตอบแทนตามสัญญาเข้าร่วมงานและดำเนินกิจการสถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบ
>ยู เอช เอฟ
>คณะรัฐมนตรีรับทราบผลการพิจารณาของคณะกรรมการประสานงานการดำเนินการตามสัญญาเข้าร่วมงานและดำเนินการสถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบ
>ยู เอช เอฟ ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ
>และให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรับไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
>ในกรณีที่คู่สัญญาเห็นพ้องต้องกันว่าควรแก้ไขสัญญา
>ก็ให้ยกร่างสัญญาเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง
>โดยนำกฎหมายว่าด้วยเอกชนร่วมทุนกับรัฐมาอนุโลมใช้เท่าที่จะสามารถดำเนินการได้ในชั้นนี้โดยขอแก้ไขระยะเวลาการชำระยืดออกไป..เพราะจ่ายไม่ไหว..ขาดทุนบักโกรกมาตลอด...พยายามไประดมทุนในตลาด
>แต่เข้าไม่ได้เพราะเจ๊ง
>===========================
>แม้ว่าจะจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนจำกัดแล้ว
>แต่ผลประกอบการขาดทุนทำให้ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การเป็นบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก็ไม่สามารถจะเข้าไประดมทุน
>เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้...
>ปี 2542 บริษัทสยาม อินโฟเทนเมนท์
>ทำหนังสือขอชดเชยความเสียหายจากการที่รัฐทำผิดตามสัญญา
>โดยขอจ่ายค่าสัมปทานให้เท่ากับหรือใกล้เคียงช่อง 7 สี
>และอ้างว่าได้รับผลกระทบจากกรณีที่สปน.อนุญาตให้สถานีช่อง 11
>และยูบีซีหารายได้จากโฆษณา
>ปี 2543
>ตลาดหลักทรัพย์ผ่อนปรนให้บริษัทที่ไม่มีผลกำไรยื่นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้
>แต่ปีนี้ไอทีวีมีปัญหาสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรง มีหนี้สิน 4,900 ล้านบาท
>ขาดเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินการ
>จึงต้องหาผู้ร่วมทุนเพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องก่อนการเสนอขายหุ้นให้ประชาชน
>ในตลาดหลักทรัพย์
>
>======================
>ปี 2543
>======================
>เพื่อแก้ปัญหาหนี้เน่า และปัญหาขาดทุน ขาดเงินดำเนินกิจการ
>เพราะธนาคารไทยพาณิชย์แบกรับไม่ไหว..รับหุ้นมาเป็นหลักประกัน
>มาล้นหน้าตักแล้ว...ก็ไม่รู้จะเอาหุ้นไว้ทำไม จึงหาทางปลด NPL
>ครับ....ชินคอร์ปก็เข้ามา ทำให้โครงสร้างผู้ถือหุ้นในเดือน ธ.ค. 2543
>มีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
>ถือ 55.12 % บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 39% และผู้ถือหุ้นเดิม
>5.88%
>การที่กลุ่มชินเข้ามามีสัดส่วนหุ้นที่มากทำให้เป็นที่พิพากษ์วิจารณ์ในขณะนั้นว่าการดำเนินการของไอทีวีจะขัดกับเจตนารมณ์เดิมของการทำสัญญา
>เนชั่นเริ่มแตกคอกับไทยพาณิชย์ก็ตอนนี้...เพราะจะทิ้งหุ้นแล้ว...ไม่เอาแล้วขอถอนสมอ..ก่อนที่จะย่อยยับมากกว่านี้
>โดยเฉพาะผู้ถือหุ้นใหญ่อย่างไทยพาณิชย์ที่จม ถมเท่าไหร่ก็ไม่พอกับ ไอทีวี...
>------------------------------------------
>หลังจากที่มีการเพิ่มทุน แตกหุ้นเพิ่มทุน
>เนชั่นก็ถอนออกไป...ชินคอร์ปก็จัดการบริหารหนี้เน่าใหม่...เดิมที่มีการเรียกค่าเสียหายเมื่อปี
>2542
>จากผู้ถือหุ้นกลุ่มเดิมจากรัฐ...แต่ไม่ได้ผล..บริษัทชินคอร์ปร้องขอค่าเสียหายอีกครั้งในเดือนก.ย.2545
>และยื่นหนังสือขอให้ตั้งอนุญาโตตุลาการมาพิจารณาเรื่องนี้
>รวมทั้งเรียกร้องเพิ่มอีกข้อหนึ่งคือ ขอแก้สัญญาให้มีรายการบันเทิงมากขึ้น
>30 ม.ค.2547 คณะอนุญาโตตุลาการมีคำวินิจฉัยชี้ขาด
>ให้สำนักปลัดนายกรัฐมนตรีชดเชยค่าเสียหายดังนี้
>1.ชำระเงินคืนแก่บริษัท จำนวน 20 ล้านบาท
>2.ปรับลดผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำจากเดิมปีละ 1,000 ล้านบาท เหลือ 230 ล้านบาท
>โดยไม่ต้องชำระเงินขั้นต่ำในส่วนที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีอีก
>3.ปรับลดผลประโยชน์ตอบแทนจากร้อยละ 44 เหลือร้อยละ 6.5
>ของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายและภาษีอากร
>โดยเปรียบเทียบกับเงินประกันผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำปีละ 230 ล้านบาท
>จำนวนใดมากกว่าให้ชำระตามจำนวนนั้น ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.2545
>เป็นต้นไปจนสิ้นสุดสัญญา
>4.ให้สปน.คืนเงินค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำที่บริษัทได้ชำระเกินจากข้อ 3.
>จำนวน 570 ล้านบาท
>และ 5.ให้บริษัทสามารถออกอากาศไพรม์ไทม์ คือ ระหว่างเวลา 19.00-21.30 น.
>โดยไม่ถูกจำกัดประเภทของรายการ ทั้งนี้ โดยเสนอรายการข่าว สารคดี
>และสารประโยชน์ในสัดส่วนเวลาทั้งหมดเพียง 50%
>----------------------------------------------------
>ศาลปกครองเพิกถอนคำชี้ขาดอนุญาโตฯ
>=========================
>
>สปน.
>จึงยื่นร้องต่อศาลปกครองเพื่อให้เพิกถอนคำชี้ขาดทั้งหมดของคณะอนุญาโตตุลาการในข้อพิ
>พาทดังกล่าว
>10 พ.ค.2549
>ศาลปกครองครองกลางชี้ว่าคำวินิจฉัยของคณะอนุญาโตตุลาการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศี
>ลธรรมอันดี ส่งผลให้
>1.สปน.ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยสัมปทาน
>570 ล้านบาท
>และอนุญาโตตุลาการไม่มีอำนาจชี้ขาดให้ปรับลดเงินผลประโยชน์ตอบแทนตามสัญญาร่วมงาน
>2.ไม่ต้องจ่ายค่าปรับ 20 ล้านบาท จากกรณีที่ปล่อยให้สถานียูเอชเอฟอื่นมีโฆษณา
>3.สัดส่วนการนำเสนอข่าวสารจะต้องเป็นไปตาม เจตนารมณ์เดิมคือสาระร้อยละ 70
>บันเทิงร้อยละ 30
>โดยไอทีวีมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน
>===================
>จึงมีผลมาให้เกิดการปรับกันขนานใหญ่ จากเดิมที่มันปรับ ยึด
>ไอทีวีได้ตั้งนานแล้ว...ก็เรื้อรังมาจนถึงวันนี้..เพื่อให้สัญญาสิ้นสุดลง.....ก็ต้องยกเลิกสัญญา
>โดยการอ้างการทำผิดสัญญาสัมปทานในที่สุด..เพราะยังไงมันก็จ่ายไม่ไหวบนเงื่อนไขแบบนี้ของสัญญมปทานใครมาทำต่อบนสัญญมปทานนี้
>ยังไงก็ทำไม่ได้ ปัญญหาก็มีต่อไป
>ตราบใดที่ยังไม่มีการแก้...พอจะแก้ก็ว่าช่วยเอกชน
>การแก้สัญญมปทานจึงเป็นไปไม่ได้..ปิดประตูการแก้ปัญญหาอย่างสันติ...มันก็ต้องจบลงแบบนี้...เลิกก็เลิก....ไม่ได้เสียหายอะไร...คนที่เสียหายคือรัฐเท่านั้นเอง
>....ที่ต้องมารับภาระบริหารในฐานะเจ้าของคนใหม่..แทนที่จะออมชอมกินค่าปรับปีละหลายร้อยล้านบาทต่อปี
>"วันนี้ไอทีวีอาจจะน่าสงสาร...แต่ผมสงสารประเทศไทยมากกว่า" ชิป จิตนิยม
>ขอแสดงความยินดีกับชื่อใหม่ TITV (ธิทีวี)
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
55555+ ธิทีวี........บัดซบเเบบสะจัยๆ
#1  by  ~* นายจดหมายรัก ^^ At 2007-03-08 12:52, 
กร๊าก

อ่านมาฮาตอนจบ ธิทีวี

คิดได้งัยวะเนี่ย
#2  by  เป๋า&ล่า At 2007-03-08 13:19, 
[18:57] <นกL> http://godspeed.exteen.com/ อันนี้Inw
#3  by  วงเมือง At 2007-03-08 18:59, 
ที่มา ที่ไป และ....
#4  by  Nihil [Pacman กระแทกปาก] At 2007-03-10 23:36, 

<< Home