>ไอทีวีก่อตั้งขึ้นหลังเหตุการณ ์พฤษภาทมิฬปี 2535
>เพื่อแก้ปัญหาสถานีโทรทัศน ์นำเสนอข่าวบิดเบือน
>ซึ่งเห็นได้ชัดในเหตุการณ ์พฤษภาทมิฬ
>เงื่อนไขในการให้สัมปทานจึงค ่อนข้างเข้มงวด
>กำหนดสัดส่วนรายการให้เป็นข ่าวร้อยละ 70 อีกร้อยละ 30 จึงเป็นรายการบันเทิง
>เน้นว่ารายการบันเทิงจะต้องเป ็นแนวสารคดี รายการเด็ก
>ปกิณกะที่ให้สาระและความบันเท ิง
>สถานีโทรทัศน์ไอทีวีจึงเกิดขึ ้นในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี
>ได้นำคลื่นความถี่โทรทัศน ์ในระบบยูเอชเอฟ มาให้เอกชนลงทุนตาม
>พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหร ือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535
>ในการประมูลครั้งนั้น กลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์และเคร ือเนชั่นชนะการประมูล
>โดยได้ยื่นข้อเสนอจ่ายค่าส ัมปทานให้รัฐ 25,200 ล้านบาท ภายในอายุสัญญมปทาน 30
>ปี ซึ่งได้มีการลงนามในสัญญากับสำน ักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.)
>เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2538 โดยมีนายอภิลาศ โอสถานนท์
>ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั ้น ลงนามสัญญากับนายเกษม จาติกวณิช ประธานกรรมการ
>และนายโอฬาร ไชยประวัติ รองประธานกรรมการบริษัท สยาม อินโฟเทนเม้นท์ จำกัด
>เริ่มออกอากาศวันที่ 1 ก.ค.2539
>30 ปี เสนอจ่ายให้รัฐ 25,200 ล้านบาท...สุดยอดของธุรกิจทีวี. ...
>กับยอดสัมปทานที่สูงขนาดนั้น
>จะเอาความเสรีมาจากไหน..ในเมื ่อต้องทำเงินให้รัฐเป็นล่ำเป็นส ัน...แววเจ๊งมันเห็นอยู่ตรงหน ้าแล้ว
>------------------------
>ปี 2540 วิกฤติเศรษฐกิจ
>===================
>ในขณะที่ไอทีวีถือกำเนิดในปี 2539 แทบจะไม่รู้ตัวเลยว่า
>เศรษฐกิจไทยกำลังหัวทิ่มอย ่างไร...ไม่ได้รู้เลยว่าหายนะม ันกำลังจะเริ่มตั้งเค้า...ตามส ัญญาสัมปทาน
>2 ปีแรกตามสัญญายังไม่ต้องจ่ายค ่าสัมปทานให้ไปลงทุนก่อน... ไปเริ่มจ่ายปีที่
>3(2542) จำนวน 300 ล้านบาท...ปีที่ 4 ก็ 400 ล้านบาท ปีที่5 ก็ 500 ล้านบาท
>เพิ่มไปเรื่อยๆจนปีที่ 9 ก้อ 900 ล้านบาท...ปีที่ 10 -30 ปีละ 1000
>ล้านบาท....
>ผลการดำเนินงานของไอทีวี เปิดปั๊บก็ ขาดทุนตั้งแต่ปี 2540
>เพราะเศรษฐกิจตกต่ำทำให้ได้ร ับผลกระทบในการขายโฆษณา
>ระหว่างนี้ไอทีวียังมีอ ุปสรรคในการจัดตั้งสถานีเครือข ่ายทั่วประเทศที่ต้องตั้ง
>36 สถานี ภายใน 2 ปี หลังทำสัญญา
>เพราะไอทีวีเช่าใช้พื้นที ่ของกรมประชาสัมพันธ์ได้ล่าช ้าทำให้ต้องสั่งซื้อทรัพย์สินส ่วนใหญ่
>ทำให้ขาดทุนจากการเปลี่ยนระบบอ ัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
>จึงขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนถ ึง 409 ล้าน....
>ไทยพาณิชย์เริ่มอยู่ไม่ต ิดเพราะเป็นนายทุนใหญ่..NPL ของธนาคารก็พอก
>สถาบันการเงินวิกฤติขนาดหนัก ------------------------------ ------------
>ปี2541
>บริษัท สยาม อินโฟเทนเมนท์ จำกัด ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนจำก ัด
>และได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) เมื่อ 20 ต.ค.
>2541เพื่อเตรียมแต่ง
>เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ...ตามสัญญาซึ่งกำหนดให้จดทะเบ ียนภายใน 6 ปี
>หลังจากดำเนินการ...
>แต่มันเป็นช่วงวิกฤติ
>ผลประกอบการก็ไม่ได้ดีขึ้น. .จนถึงเวลาต้องจ่ายค่าสัมปทานใน ปีที่
>3(2541)...จำนวน 300 ล้าน .ขาดทุนมาตลอด
>จะเอาที่ไหนจ่ายก็ขอผ่อนผันก ับรัฐบาลในสมัยนั้น คือรัฐบาลชวน หลีกภัย
>โดยมีคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ เป็น รมต. สำนักนายกฯ กำกับดูแล
>สปน....โดยทำหนังสือขอขยายเวลา ชำระค่าตอบแทนแก่รัฐตั้งเริ ่มเลย...ตามเอกสารตั้งแต่ปี
>2540
>หนังสือขอขยายระยะเวลาการชำระค ่าตอบแทน ITV078/2540
>ขอขยายระยะเวลาการชำระค ่าตอบแทนตามสัญญาเข้าร่วมงาน ITV183/2540
>ขอยืนยันขยายระยะเวลาการชำระค ่าตอบแทนตามสัญญาเข้าร่วมงาน ITV053/2541
>ขอยืนยันขยายระยะเวลาการชำระค ่าตอบแทนตามสัญญาเข้าร่วมงานครั ้งที่ 2
>ITV068/2541
>การขอขยายระยะเวลาชำระค ่าตอนแทน ITV094/41
>อีกหลายฉบับ...เพื่อขอไปทาง สปน. ซึ่งก็ผ่อนผันให้ ตามที่ขอ
>=================
>มติ ครม. รัฐบาลชวน
>เรื่อง บริษัท สยาม อินโฟเทนเมนท์ จำกัด
>ขอขยายระยะเวลาชำระค่าตอบแทนตา มสัญญาเข้าร่วมงานและดำเนินก ิจการสถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบ
>ยู เอช เอฟ
>คณะรัฐมนตรีรับทราบผลการพ ิจารณาของคณะกรรมการประสานงานกา รดำเนินการตามสัญญาเข้าร ่วมงานและดำเนินการสถานีวิทย ุโทรทัศน์ระบบ
>ยู เอช เอฟ ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกร ัฐมนตรีเสนอ
>และให้สำนักงานปลัดสำนักนายกร ัฐมนตรีรับไปดำเนินการตามอำนาจห น้าที่
>ในกรณีที่คู่สัญญาเห็นพ้องต ้องกันว่าควรแก้ไขสัญญา
>ก็ให้ยกร่างสัญญาเสนอคณะร ัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง
>โดยนำกฎหมายว่าด้วยเอกชนร่วมท ุนกับรัฐมาอนุโลมใช้เท่าที ่จะสามารถดำเนินการได้ในชั้นนี ้โดยขอแก้ไขระยะเวลาการชำระย ืดออกไป..เพราะจ่ายไม่ไหว..ขาดท ุนบักโกรกมาตลอด...พยายามไประดม ทุนในตลาด
>แต่เข้าไม่ได้เพราะเจ๊ง
>===========================
>แม้ว่าจะจดทะเบียนเป็นบริษ ัทมหาชนจำกัดแล้ว
>แต่ผลประกอบการขาดทุนทำให้ไม ่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การเป็นบริษ ัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์แห ่งประเทศไทยก็ไม่สามารถจะเข ้าไประดมทุน
>เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหล ักทรัพย์ได้...
>ปี 2542 บริษัทสยาม อินโฟเทนเมนท์
>ทำหนังสือขอชดเชยความเส ียหายจากการที่รัฐทำผิดตามสัญญา
>โดยขอจ่ายค่าสัมปทานให้เท่าก ับหรือใกล้เคียงช่อง 7 สี
>และอ้างว่าได้รับผลกระทบจากกรณ ีที่สปน.อนุญาตให้สถานีช่อง 11
>และยูบีซีหารายได้จากโฆษณา
>ปี 2543
>ตลาดหลักทรัพย์ผ่อนปรนให้บริษ ัทที่ไม่มีผลกำไรยื่นจดทะเบ ียนในตลาดหลักทรัพย์ได้
>แต่ปีนี้ไอทีวีมีปัญหาสภาพคล ่องทางการเงินอย่างรุนแรง มีหนี้สิน 4,900 ล้านบาท
>ขาดเงินทุนหมุนเวียนในการดำเน ินการ
>จึงต้องหาผู้ร่วมทุนเพื่อแก้ป ัญหาสภาพคล่องก่อนการเสนอขายหุ ้นให้ประชาชน
>ในตลาดหลักทรัพย์
>
>======================
>ปี 2543
>======================
>เพื่อแก้ปัญหาหนี้เน่า และปัญหาขาดทุน ขาดเงินดำเนินกิจการ
>เพราะธนาคารไทยพาณิชย์แบกรับไม ่ไหว..รับหุ้นมาเป็นหลักประกัน
>มาล้นหน้าตักแล้ว...ก็ไม่รู ้จะเอาหุ้นไว้ทำไม จึงหาทางปลด NPL
>ครับ....ชินคอร์ปก็เข้ามา ทำให้โครงสร้างผู้ถือหุ้นในเด ือน ธ.ค. 2543
>มีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
>ถือ 55.12 % บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 39% และผู้ถือหุ้นเดิม
>5.88%
>การที่กลุ่มชินเข้ามามีสัดส ่วนหุ้นที่มากทำให้เป็นที่พ ิพากษ์วิจารณ์ในขณะนั้นว ่าการดำเนินการของไอทีวีจะขัดก ับเจตนารมณ์เดิมของการทำสัญญา
>เนชั่นเริ่มแตกคอกับไทยพาณิชย ์ก็ตอนนี้...เพราะจะทิ้งหุ้นแล ้ว...ไม่เอาแล้วขอถอนสมอ..ก่อนท ี่จะย่อยยับมากกว่านี้
>โดยเฉพาะผู้ถือหุ้นใหญ่อย ่างไทยพาณิชย์ที่จม ถมเท่าไหร่ก็ไม่พอกับ ไอทีวี...
>----------------------------- -------------
>หลังจากที่มีการเพิ่มทุน แตกหุ้นเพิ่มทุน
>เนชั่นก็ถอนออกไป...ชินคอร์ปก ็จัดการบริหารหนี้เน่าใหม่...เด ิมที่มีการเรียกค่าเสียหายเมื ่อปี
>2542
>จากผู้ถือหุ้นกลุ่มเดิมจากรัฐ. ..แต่ไม่ได้ผล..บริษัทชินคอร์ปร ้องขอค่าเสียหายอีกครั้งในเด ือนก.ย.2545
>และยื่นหนังสือขอให้ตั้งอน ุญาโตตุลาการมาพิจารณาเรื่องนี้
>รวมทั้งเรียกร้องเพิ่มอีกข้อหน ึ่งคือ ขอแก้สัญญาให้มีรายการบันเท ิงมากขึ้น
>30 ม.ค.2547 คณะอนุญาโตตุลาการมีคำวินิจฉัยช ี้ขาด
>ให้สำนักปลัดนายกรัฐมนตร ีชดเชยค่าเสียหายดังนี้
>1.ชำระเงินคืนแก่บริษัท จำนวน 20 ล้านบาท
>2.ปรับลดผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต ่ำจากเดิมปีละ 1,000 ล้านบาท เหลือ 230 ล้านบาท
>โดยไม่ต้องชำระเงินขั้นต่ำในส ่วนที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีอีก
>3.ปรับลดผลประโยชน์ตอบแทนจากร้อยละ 44 เหลือร้อยละ 6.5
>ของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ ่ายและภาษีอากร
>โดยเปรียบเทียบกับเงินประก ันผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำปีละ 230 ล้านบาท
>จำนวนใดมากกว่าให้ชำระตามจำนวน นั้น ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.2545
>เป็นต้นไปจนสิ้นสุดสัญญา
>4.ให้สปน.คืนเงินค่าผลประโยชน ์ตอบแทนขั้นต่ำที่บริษัทได ้ชำระเกินจากข้อ 3.
>จำนวน 570 ล้านบาท
>และ 5.ให้บริษัทสามารถออกอากาศไพรม์ไทม์ คือ ระหว่างเวลา 19.00-21.30 น.
>โดยไม่ถูกจำกัดประเภทของรายการ ทั้งนี้ โดยเสนอรายการข่าว สารคดี
>และสารประโยชน์ในสัดส่วนเวลาทั ้งหมดเพียง 50%
>----------------------------- -----------------------
>ศาลปกครองเพิกถอนคำชี้ขาดอน ุญาโตฯ
>=========================
>
>สปน.
>จึงยื่นร้องต่อศาลปกครองเพื ่อให้เพิกถอนคำชี้ขาดทั้งหมดของ คณะอนุญาโตตุลาการในข้อพิ
>พาทดังกล่าว
>10 พ.ค.2549
>ศาลปกครองครองกลางชี้ว่าคำวิน ิจฉัยของคณะอนุญาโตตุลาการขัดต ่อความสงบเรียบร้อยและศี
>ลธรรมอันดี ส่งผลให้
>1.สปน.ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยสัมปทาน
>570 ล้านบาท
>และอนุญาโตตุลาการไม่มีอำนาจชี ้ขาดให้ปรับลดเงินผลประโยชน ์ตอบแทนตามสัญญาร่วมงาน
>2.ไม่ต้องจ่ายค่าปรับ 20 ล้านบาท จากกรณีที่ปล่อยให้สถานีย ูเอชเอฟอื่นมีโฆษณา
>3.สัดส่วนการนำเสนอข่าวสารจะต้องเป ็นไปตาม เจตนารมณ์เดิมคือสาระร้อยละ 70
>บันเทิงร้อยละ 30
>โดยไอทีวีมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ ์ภายใน 30 วัน
>===================
>จึงมีผลมาให้เกิดการปรับก ันขนานใหญ่ จากเดิมที่มันปรับ ยึด
>ไอทีวีได้ตั้งนานแล้ว...ก็เรื ้อรังมาจนถึงวันนี้..เพื่อให้ส ัญญาสิ้นสุดลง.....ก็ต้องยกเล ิกสัญญา
>โดยการอ้างการทำผิดสัญญาส ัมปทานในที่สุด..เพราะยังไงมันก ็จ่ายไม่ไหวบนเงื่อนไขแบบนี ้ของสัญญมปทานใครมาทำต่อบนส ัญญมปทานนี้
>ยังไงก็ทำไม่ได้ ปัญญหาก็มีต่อไป
>ตราบใดที่ยังไม่มีการแก้.. .พอจะแก้ก็ว่าช่วยเอกชน
>การแก้สัญญมปทานจึงเป็นไปไม่ได ้..ปิดประตูการแก้ปัญญหาอย่างส ันติ...มันก็ต้องจบลงแบบนี้.. .เลิกก็เลิก....ไม่ได้เส ียหายอะไร...คนที่เสียหายคือร ัฐเท่านั้นเอง
>....ที่ต้องมารับภาระบร ิหารในฐานะเจ้าของคนใหม่..แทนที ่จะออมชอมกินค่าปรับปีละหลายร ้อยล้านบาทต่อปี
>"วันนี้ไอทีวีอาจจะน่าสงสาร.. .แต่ผมสงสารประเทศไทยมากกว่า" ชิป จิตนิยม
>ขอแสดงความยินดีกับชื่อใหม่ TITV (ธิทีวี)
>เพื่อแก้ปัญหาสถานีโทรทัศน
>ซึ่งเห็นได้ชัดในเหตุการณ
>เงื่อนไขในการให้สัมปทานจึงค
>กำหนดสัดส่วนรายการให้เป็นข
>เน้นว่ารายการบันเทิงจะต้องเป
>ปกิณกะที่ให้สาระและความบันเท
>สถานีโทรทัศน์ไอทีวีจึงเกิดขึ
>ได้นำคลื่นความถี่โทรทัศน
>พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหร
>ในการประมูลครั้งนั้น กลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์และเคร
>โดยได้ยื่นข้อเสนอจ่ายค่าส
>ปี ซึ่งได้มีการลงนามในสัญญากับสำน
>เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2538 โดยมีนายอภิลาศ โอสถานนท์
>ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั
>และนายโอฬาร ไชยประวัติ รองประธานกรรมการบริษัท สยาม อินโฟเทนเม้นท์ จำกัด
>เริ่มออกอากาศวันที่ 1 ก.ค.2539
>30 ปี เสนอจ่ายให้รัฐ 25,200 ล้านบาท...สุดยอดของธุรกิจทีวี.
>กับยอดสัมปทานที่สูงขนาดนั้น
>จะเอาความเสรีมาจากไหน..ในเมื
>------------------------
>ปี 2540 วิกฤติเศรษฐกิจ
>===================
>ในขณะที่ไอทีวีถือกำเนิดในปี 2539 แทบจะไม่รู้ตัวเลยว่า
>เศรษฐกิจไทยกำลังหัวทิ่มอย
>2 ปีแรกตามสัญญายังไม่ต้องจ่ายค
>3(2542) จำนวน 300 ล้านบาท...ปีที่ 4 ก็ 400 ล้านบาท ปีที่5 ก็ 500 ล้านบาท
>เพิ่มไปเรื่อยๆจนปีที่ 9 ก้อ 900 ล้านบาท...ปีที่ 10 -30 ปีละ 1000
>ล้านบาท....
>ผลการดำเนินงานของไอทีวี เปิดปั๊บก็ ขาดทุนตั้งแต่ปี 2540
>เพราะเศรษฐกิจตกต่ำทำให้ได้ร
>ระหว่างนี้ไอทีวียังมีอ
>36 สถานี ภายใน 2 ปี หลังทำสัญญา
>เพราะไอทีวีเช่าใช้พื้นที
>ทำให้ขาดทุนจากการเปลี่ยนระบบอ
>จึงขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนถ
>ไทยพาณิชย์เริ่มอยู่ไม่ต
>สถาบันการเงินวิกฤติขนาดหนัก ------------------------------
>ปี2541
>บริษัท สยาม อินโฟเทนเมนท์ จำกัด ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนจำก
>และได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) เมื่อ 20 ต.ค.
>2541เพื่อเตรียมแต่ง
>เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
>หลังจากดำเนินการ...
>แต่มันเป็นช่วงวิกฤติ
>ผลประกอบการก็ไม่ได้ดีขึ้น.
>3(2541)...จำนวน 300 ล้าน .ขาดทุนมาตลอด
>จะเอาที่ไหนจ่ายก็ขอผ่อนผันก
>โดยมีคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ เป็น รมต. สำนักนายกฯ กำกับดูแล
>สปน....โดยทำหนังสือขอขยายเวลา
>2540
>หนังสือขอขยายระยะเวลาการชำระค
>ขอขยายระยะเวลาการชำระค
>ขอยืนยันขยายระยะเวลาการชำระค
>ขอยืนยันขยายระยะเวลาการชำระค
>ITV068/2541
>การขอขยายระยะเวลาชำระค
>อีกหลายฉบับ...เพื่อขอไปทาง สปน. ซึ่งก็ผ่อนผันให้ ตามที่ขอ
>=================
>มติ ครม. รัฐบาลชวน
>เรื่อง บริษัท สยาม อินโฟเทนเมนท์ จำกัด
>ขอขยายระยะเวลาชำระค่าตอบแทนตา
>ยู เอช เอฟ
>คณะรัฐมนตรีรับทราบผลการพ
>ยู เอช เอฟ ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกร
>และให้สำนักงานปลัดสำนักนายกร
>ในกรณีที่คู่สัญญาเห็นพ้องต
>ก็ให้ยกร่างสัญญาเสนอคณะร
>โดยนำกฎหมายว่าด้วยเอกชนร่วมท
>แต่เข้าไม่ได้เพราะเจ๊ง
>===========================
>แม้ว่าจะจดทะเบียนเป็นบริษ
>แต่ผลประกอบการขาดทุนทำให้ไม
>เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหล
>ปี 2542 บริษัทสยาม อินโฟเทนเมนท์
>ทำหนังสือขอชดเชยความเส
>โดยขอจ่ายค่าสัมปทานให้เท่าก
>และอ้างว่าได้รับผลกระทบจากกรณ
>และยูบีซีหารายได้จากโฆษณา
>ปี 2543
>ตลาดหลักทรัพย์ผ่อนปรนให้บริษ
>แต่ปีนี้ไอทีวีมีปัญหาสภาพคล
>ขาดเงินทุนหมุนเวียนในการดำเน
>จึงต้องหาผู้ร่วมทุนเพื่อแก้ป
>ในตลาดหลักทรัพย์
>
>======================
>ปี 2543
>======================
>เพื่อแก้ปัญหาหนี้เน่า และปัญหาขาดทุน ขาดเงินดำเนินกิจการ
>เพราะธนาคารไทยพาณิชย์แบกรับไม
>มาล้นหน้าตักแล้ว...ก็ไม่รู
>ครับ....ชินคอร์ปก็เข้ามา ทำให้โครงสร้างผู้ถือหุ้นในเด
>มีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
>ถือ 55.12 % บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 39% และผู้ถือหุ้นเดิม
>5.88%
>การที่กลุ่มชินเข้ามามีสัดส
>เนชั่นเริ่มแตกคอกับไทยพาณิชย
>โดยเฉพาะผู้ถือหุ้นใหญ่อย
>-----------------------------
>หลังจากที่มีการเพิ่มทุน แตกหุ้นเพิ่มทุน
>เนชั่นก็ถอนออกไป...ชินคอร์ปก
>2542
>จากผู้ถือหุ้นกลุ่มเดิมจากรัฐ.
>และยื่นหนังสือขอให้ตั้งอน
>รวมทั้งเรียกร้องเพิ่มอีกข้อหน
>30 ม.ค.2547 คณะอนุญาโตตุลาการมีคำวินิจฉัยช
>ให้สำนักปลัดนายกรัฐมนตร
>1.ชำระเงินคืนแก่บริษัท จำนวน 20 ล้านบาท
>2.ปรับลดผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต
>โดยไม่ต้องชำระเงินขั้นต่ำในส
>3.ปรับลดผลประโยชน์ตอบแทนจากร้อยละ 44 เหลือร้อยละ 6.5
>ของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ
>โดยเปรียบเทียบกับเงินประก
>จำนวนใดมากกว่าให้ชำระตามจำนวน
>เป็นต้นไปจนสิ้นสุดสัญญา
>4.ให้สปน.คืนเงินค่าผลประโยชน
>จำนวน 570 ล้านบาท
>และ 5.ให้บริษัทสามารถออกอากาศไพรม์ไทม์ คือ ระหว่างเวลา 19.00-21.30 น.
>โดยไม่ถูกจำกัดประเภทของรายการ ทั้งนี้ โดยเสนอรายการข่าว สารคดี
>และสารประโยชน์ในสัดส่วนเวลาทั
>-----------------------------
>ศาลปกครองเพิกถอนคำชี้ขาดอน
>=========================
>
>สปน.
>จึงยื่นร้องต่อศาลปกครองเพื
>พาทดังกล่าว
>10 พ.ค.2549
>ศาลปกครองครองกลางชี้ว่าคำวิน
>ลธรรมอันดี ส่งผลให้
>1.สปน.ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยสัมปทาน
>570 ล้านบาท
>และอนุญาโตตุลาการไม่มีอำนาจชี
>2.ไม่ต้องจ่ายค่าปรับ 20 ล้านบาท จากกรณีที่ปล่อยให้สถานีย
>3.สัดส่วนการนำเสนอข่าวสารจะต้องเป
>บันเทิงร้อยละ 30
>โดยไอทีวีมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ
>===================
>จึงมีผลมาให้เกิดการปรับก
>ไอทีวีได้ตั้งนานแล้ว...ก็เรื
>โดยการอ้างการทำผิดสัญญาส
>ยังไงก็ทำไม่ได้ ปัญญหาก็มีต่อไป
>ตราบใดที่ยังไม่มีการแก้..
>การแก้สัญญมปทานจึงเป็นไปไม่ได
>....ที่ต้องมารับภาระบร
>"วันนี้ไอทีวีอาจจะน่าสงสาร..
>ขอแสดงความยินดีกับชื่อใหม่ TITV (ธิทีวี)