poem-music

เหอๆๆ ก็มีบทความอันนึงชอบมาก.. ก็เลยแปลมาให้.. และก็กลอนที่เราแต่งเอง.. แต่อันนี้ภาษาอังกฤษนะ

"Yet the truth was that the modern world was invented in the Middle Ages. Everything from the legal system, to nation system, to reliance on technology, to the concept of romantic love had first been established in Medieval Times...if they didn't know that, then they didn't know the basic facts of who they were. Why they did what they did. Where they had come from."
- p. 84 -85 by Michael Crichton in Timeline

"กระนั้น ความจริงก็คือโลกสมัยใหม่นั้นเริ่มต้นมาจากยุคกลาง ทุกๆอย่างตั้งแต่กฏหมาย ความเป็นชาติ การพึ่งพิงเทคโนโลยี ไปจนถึงความรักโรแมนติคต่างเริ่มต้นครั้งแรกในยุคก่อน ... หากพวกเขาไม่รู้ในสิ่งเหล่านี้ ก็เท่ากับว่าพวกเขาไม่รู้ว่าพวกเขาคือใคร เหตุใดจึงทำในสิ่งที่ตนทำ ไม่รู้ว่าพวกเขามาจากไหน..."

อันนี้... เป็นอะไรที่น่าคิดดี.. ต่อไปจ้า

"If you didn't know history, you didn't know anything. You were a leaf that didn't know it was part of a tree."
- p. 85 by Michael Cricton from Timeline

"หากคุณไม่รู้ประวัติศาสตร์ คุณก็ไม่รู้อะไรเลย เพราะคุณนั้นก็เปรียบเสมือนกับใบไม้ที่ไม่รู้ว่ามันก็เป็นส่วนหนึ่งของต้นไม้"

"...doing right requires morally good motives as well as acceptable means."
- p.3 from Thinking about International Ethics

"การกระทำที่ถูกนั้นจะต้องมีจุดมุ่งหมายที่ดีและถูกต้อง และวิธีทำที่สามารถยอมรับได้"

อันนี้แปลได้ห่วยแฮะ... อ่านแล้วคิดถึงบุชจังเลย...

และก็กลอนที่เราเขียนเอง...

"If life is a chessboard war
a wooden piece in a 2-d world,
the plane of reality will be none
but the black and white spaces of nothingness."
- [dELutiOn]Godspeed de Illusion
19 ตุลาคม 2545
เขียนโดย วินทร์ เลียววาริณ

description เขียนโดยผู้หญิงคนที่ตามรักเธอทุกชาติ สำหรับ "ผู้ชายคนที่ตามรักเธอทุกชาติ พิมพ์ครั้งที่ 138:

A completely fucked-up existentialist mess of a worm hole traveling recollection of unrelated yet related life of a man who falls utterly, completely, deeply, and ridiculously in love with an unknown, mysterious, female stranger at a place locked up in time, dimension, and space defined by the mathmatical discovery of Euclid aka golden ratio, golden section, phi, in which lies the infinitity of the the infinite of the infinite of the infinite of the infinite of the universe.

"หากฉันมองโลกด้วยความคิดแล้วไซ้
โลกก็คงเป็นดั่งสงครามที่ไม่มีจุดจบจากความคิดเห็นที่ไม่ลงรอย
หากฉันมองโลกใบนี้ด้วยหัวใจแล้วไซ้
โลกก็คงจักสวยงามดั่งความรักที่ฉันมีให้เธอในทุกขาติภพแน่นอน"
- รตี วรรษรส ภายใต้นามปากกา Godspeed
เพลงของ Final Fantasy X อีกเพลง มีคนขอให้แปลให้.... แบบว่าไม่มีความสามารถด้านกลอนเลย

ขอมอบเพลงนี้ให้คนๆเดิม ถึงแม้ว่าอาจจะไม่มีวันได้เห็นก็ตาม

เมื่ออยู่ลำพัง ฉันเฝ้าค้นหาเธอในเงามืด
เฝ้าตามหาเศษเสี้ยวของความรักที่เธอลืมทิ้งไว้ในใจที่เงียบเหงานี้
เพื่อที่ถักทอมันกลับขึ้นมาอีกครั้งหากฉันสามารถเก็บเกี่ยวเศษเสี้ยวที่เหลือไว้ได้
เสียงเพลงแห่งชีวิต -- นี่คือเสียงสุดท้ายของความรักที่สูญหายไป

เส้นทางของเราเคยเกี่ยวกัน หากแต่ฉันก็คงไม่สามารถจะบอกได้ว่าเพื่ออะไร
เราพบกัน เราหัวเราะกัน เราเรียกร้องหากัน แล้วเราก็บอกลากัน
จะมีใครบ้างไหมที่จะได้ยินเสียงสะท้อนของเรื่องราวของเราที่ไม่เคยถูกกล่าวขาน
ขอให้มันดังไปเรื่อยๆได้ไหม จนกว่าเรื่องราวทุกอย่างจะคลี่คลายลง

ภายในความทรงจำที่ฉันหวงแหนที่สุด ฉันเห็นเธอยื่นมือมาให้ฉัน
แม้ว่าตอนนี้เธอไม่อยู่อีกแล้ว ฉันก็ยังเชื่อว่าเธอยังคงสามารถที่จะเรียกหาฉันอยู่

เสียงจากอดีต เริ่มร้องเพลงไปกันเธอและฉัน
ร้องเพลงประสานกันไปอีกเสียงหนึ่ง
แล้วเพลงก็ดังไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ
เสียงเพลงแห่งชีวิต
จงดังไปสุดขอบฟ้า เหนือฟ้าที่นกบินอยู่ สูงขึ้นไปเรื่อยๆและตลอดกาล

ฟ้าที่กว้างไกลไพศาล ฉันเห็นนกที่บินผ่านไปมา
ร่อนไปตามเงาของปุยเมฆที่ล่องลอยอยู่บนฟ้า
ฉันส่งความทรงจำและความฝันให้ลอยไปกลับปีกนกเปล่านั้น
เพื่อทิ้งมันไป และเฝ้ารอวันใหม่ที่จะมาถึง

ภายในความทรงจำเธอ เธอจำได้บ้างไหมว่าเธอรักฉัน
นี่คือโชคชะตาหรืออะไรที่ทำให้เราใกล้ชิดกัน และตอนนี้ก็ทิ้งฉันไว้ข้างหลัง
เสียงจากอดีต เริ่มร้องเพลงไปกันเธอและฉัน
ร้องเพลงประสานกันไปอีกเสียงหนึ่ง
แล้วเพลงก็ดังไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ
เสียงเพลงแห่งชีวิต
จงดังไปสุดขอบฟ้า เหนือฟ้าที่นกบินอยู่ สูงขึ้นไปเรื่อยๆและตลอดกาล

หากฉันจะทิ้งโลกที่แสนเดียวดายนี้ไว้ข้างหลัง
เสียงของเธอก็ยังคงจำเพลงของเราได้
ตอนนี้ฉันรู้ว่าฉันเดินต่อไปได้
เสียงเพลงแห่งชีวิต
จงวนเข้ามาและฝันรากลงลึกในใจของเรา
ตราบนานเท่าที่เรายังคงจำมันได้



edit @ 2006/05/02 00:31:27