ranting

The opinion of the minorities matter for it is they who change this world.

Columbus: Earth is round not flat; became the first to officially found North America

Galileo: Earth is not the center of the universe

Beethoven: broken musical rules to become one of the founder of the music in the Romantic Period

Martin Luther King: I have a dream when people of all colors live in harmony equally

Others include: Larry Page & Sergei Brin, Thomas Edison, Einstein, Gandhi

It was the people who were different, who go against the majority, risen up against any adversities, and have change the world they live in forever.

I want to become such a person.
งงอ่าเด่

พูดถึงไรหว่า...

ไหงภาษาเป็นงี้หว่า

สรุปว่าไอ้นี่มันคนๆเดียวกับก่อนหน้านี้ป่าวหว่า


งงอ่าเด่

สรุปมันเป็นใครหว่า

หมาๆปุยๆที่ไหนหว่า

สรุปว่าหมาอยู่ไหนหว่า ดูมาตั้งนานยังไม่เห็นซักตัว ไปไหนหว่า


งงอ่าเด่

สรุปว่าคนเขียนมันบ้าไปยังหว่า

หรือว่าคนเขียนมันบ้าไปไกลไปแล้วหว่า

เฮ้ย คนเขียนมันเพี้ยนไปแล้ว จะเดินหนีไปไหนหว่า


สรุปว่าจบแล้วหรือเปล่าหว่า

งงอ่าเด่

สรุบว่างง



อ่านะ หวังว่าอ่านแล้วจะไม่ประสาทกินก่อนนะ แบบว่าอารมณ์กวนบาทาเล็กๆน้อยๆ ก็เลยกลายเป็นยังงี้แล ท่านผู้ชมทุกท่าน หวังว่าจะยังสติดี ไม่ลุกขึ้นโยนของใส่คอมฯ จนมันพังไปก่อนที่จะอ่านจบนะ

ว่าแล้วก็บ่นเล็กน้อย อยากจะบอกว่าเหนื่อยจัง ....​ แต่คนเราถ้าล้มแล้วไม่ลุกแบบตุีกตาล้มลุกก็คงไม่ดีต่อชีวิตน่อ

ลุกแล้วล้ม
ล้มแล้วลุก
ดั่งตุ๊กตาล้มลุก
คลุกๆคลานๆ

ว่าแล้วก็ขำ ข้าเจ้ากลายเป็นกวีตั้งแต่แต่เมื่อไหร่หว่า ขอขอบคุณมังกรเศษเหล็กที่เป็นแรงบันดาลใจให้นะ ที่กลับมาเขียนกลอนก็เพราะเธอนะ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจงั้นก็เถอะ เหอๆ หวังว่าคงยังอยู่ดีกินดี ไม่ตายคาที่ ณ แดนสมรภูมิสอบนรกแตก แต่ระวังว่าอยู่ดีกินดีมากไป น้ำหนักมันจะขึ้นเอาๆแล้วจะหาว่าไม่เตือนนะท่าน อยากจะบอกว่าคิดถึงนะ เหอๆๆ (เขียนไปงั้นแหละ เจ้าตัวไม่ได้มาอ่านหรอก แต่ถ้ามาอ่านคงดีใจตายเลยแหละ)

ว่าแล้ว อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ไปอัสสัมฯบางรักอีกละ แบบว่ายังจำได้เลยว่าไปเมื่อไหร่บ้าง
  1. ไปงานแต่งงานที่โบสถ์อัสสัม
  2. หลงเข้าไปที่อัสสัมฯ เพราะจะไปหาคัมภีร์ไบเบิ้ลภาษาฝรั่งเศษ แล้วมีคนแนะนำให้ไปที่นี่ แบบว่าเดินเข้าไปกลางโรงเรียนชายล้วน ตอนกลางวัน ก็มีแต่เด็กผู้ชายจ้องน่ะสิ (ก.ค. 2001)
  3. ไปงานคริสมาสโรงเรียนอัสสัม โดยบริษัทส่งเข้าไปช่วยจัดงาน (ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นวันที่ 22 ธ.ค. 2001)
  4. เอาของไปให้เพื่อนที่อัสสัมฯ (ม.ค. 2002)
  5. ไปเยี่ยมรุ่นน้องที่อัสสัมฯ (ธ.ค. 2003)
  6. พยายามจะไปอัสสัมฯ หาไม่เจอ ดันหลงไปเจออัสสัมฯศึกษา กับโบสถ์แทน (ก.พ. 2006)
  7. ไปงานแต่งงาน แล้วหลงไปจอดรถที่โรงเรียนอัสสัมฯเฉยเลย แบบว่ายามเค้าโบกไปให้จอดตรงนั้น ซะงัน้ (28 เม.ย. 2006)
  8. ไปงานเลี้ยงรุุ่นของที่มหาลัย จัดที่อัสสัมฯ อยากจะบอกว่าไม่ได้จบอัสสัมฯ และก็ไม่ได้เรียน ABAC (1 ก.ค. 2006)
  9. จะหาที่จอดรถนั่งเล่นซักพัก ไม่มีที่ไป ก็เลยกลายเป็นอัสสัมฯ (30 ก.ค. 2006)
ทำไมชีวิตข้าเจ้ามาต้องช่างวนไปเวียนมากับที่แห่งนี้จังเนี่ย แบบว่าไม่คิดจะไป ก็หลงไปจนได้ แต่โบสถ์อัสสัมสวยมากเลย ชอบมากเลย เป็นโบสถ์ในดวงใจเลย จำได้ว่าเป็นโบสถ์แรกที่เข้าไป ที่ไม่ใช่โบสถ์ของโรงเรียน ตอนนั้นไปงานแต่งงาน และก็รู้้สึกว่ามันขลังมากเลย ประทับใจมาก ไม่เคยคิดว่าจะได้กลับไปอีกไม่รู้กี่รอบ

จะว่าไปแล้ว เราว่าเราผูกพันกับศาสนาคริสต์ที่สุด ถึงแม้ว่าจะไม่ได้นับถือก็เถอะ ที่บ้านเราเป็นพุทธ แต่เราก็สนใจตั้งแต่เด็ก แบบว่าเคยเรียนโรงเรียนคาทอลิคไง จำได้เลยตอนอยู่ ป. 2 เอาประวัติพระเยซูมานั่งอ่าน เพราะชอบมากๆตลอด 3 ปีที่อยู่ที่ที่โรงเรียนคาทอลิค หลังจากนั้นย้ายไปที่อื่น แต่ว่าเราก็ร้องเพลงประสานเสียง ที่มีเพลงสรรเสริญพระเจ้า์ตั้งแต่ป. 4 จนถึงปี 2 ตอนอยู่ม.5 ก็เคยไปโบสถ์อยู่ประมาณ 3 เดือน อยู่มหาลัยก็มีคนพยายามลากไปโบสถ์หลายคน แต่ไม่ไป จะว่าไปเราว่าเราพอพูดประโยคสรรเสริญพระเจ้าได้หลายเหมือนกัน จากการร้องเพลงนี่แหละ

pie jesu domine
dona nobis pacem
sanctus domine
al shlosha de varim hao lamkayam

จะว่าไปแล้ว เราว่าลึกๆแล้วเราเชื่อในพระเจ้านะ ถึงแม้เราจะไม่นับถือคริสต์ก็เหอะ ส่วนหนึ่งที่โบสถ์เมื่อวานก็เพราะอยากจะทำให้ใจมันนิ่งขึ้น แต่ว่าเราเป็น agnostic ของเราอย่างงี้น่ะดีแล้ว
เคยคิดบ้างไหมว่าอีก 1 ปีโลกจะเป็นยัไง

อีก 5 ปีจะเป็นยังไง

อีก 10 ปีจะเป็นยังไง

แล้วอีก 100 ปีเล่า

...

อีก 1 ปีไทยเราอาจจะได้นายกอิสลามคนแรก

อีก 5 ปีไทยเราอาจจะแซงหน้าสิงคโปร์

อีก 10 ปีไทยเราอาจจะมี Silicon Valley ของตัวเอง

...

แต่ในอีก 100 ปี จังหวัดที่เรียกว่ากรุงเทพมหานคร นครเทวดาอาจจะเหลือเพียงซากปรักพัง เหลือเพียงตอหินของอารยธรรมที่เคยมี ในยุคสมัยที่เศรษฐกิจรุ่งเรือง

และในอีก 100 ปี ภาคใต้จะเป็นดั่งนคร Atlantis มีคนพูดถึง เล่าถึง แต่ไม่แน่ใจว่ามีอยู่จริงหรือเปล่า

และในอีก 100 ปี ภาคกลางจะเปลี่ยนอาชีพจากการทำนา เป็นนำน้ำทะเลไปตากแดด ทำเป็นเกลือและนำไปขาย

และในอีก 100 ปี ภาคเหนือจะกลายเป็นเมืองหลวงแทนที่กรุงเทพฯ โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเลทั้งสิ้น 0 เมตร

...

ความจริงคือสิ่งที่น่ากลัว

น่ากลัวกว่าความเพ้อฝัน

ความจริงคือสิ่งที่ไม่ตาย

ไม่ว่าปฏิเสธเช่นไรก็หนีไม่ได้

...

มนุษย์เราเกิดมาต้องตายฉันใด มนุษย์เราก็ไม่มีวันหนีความจริงได้ฉันนั้น

...

แล้วเราท่านจะทำอย่างไร หากการกระทำของเราในวันนี้จะทำลายเราในวันข้างหน้า

จะเลือกที่จะหลอกตัวเอง หรือจะยอมรับความจริง...

ว่าโลกเราร้อนขึ้นทุกวันเพราะสภาวะเรือนกระจกซึ่งเกิดจากมลภาวะทางอากาศ

...

คำตอบที่ถูกต้องมีเพียงหนึ่งเดียว

และความจริงของมันจะหลอกหลอนท่านไปตลอดกาลปวสาน

...

This is An Inconvenient Truth!!!
edit @ 2006/06/09 02:25:21